วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562

แบบทดสอบก่อนเรียน : ความกดอากาศและลม


แบบทดสอบก่อนเรียน : ความกดอากาศและลม


1. สถานการณ์ใดที่แสดงว่าอากาศมีความดัน
    ก. หายใจไม่ออกเมื่ออยู่ในที่สูง
    ข. การดูดของเหลวโดยใช้หลอดกาแฟ
    ค. บรรยากาศยังคงห่อหุ้มโลกไม่หลุดลอยออกไป
    ง. เมื่อโยนของขึ้นไปในอากาศ ของจะตกลงสู่พื้นเสมอ
                                          👱💟💖
2. ทิศทางของแรงดันอากาศมีลักษณะอย่างไร
    ก. อากาศมีแรงกระทำในทุกทิศทาง
    ข. อากาศมีแรงกระทำในทิศทางลงเท่านั้น
    ค. อากาศมีแรงกระทำในทิศทางขึ้นเท่านั้น
    ง. อากาศมีแรงกระทำในทิศจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย
                                        👱💟💖
3. แรงที่อากาศกระทำต่อพื้นที่ 1 ตารางหน่วย คืออะไร
    ก. ความดันพื้นที่
    ข. ความดันอากาศ
    ค. แรงกระทำพื้นที่
    ง. แรงกระทำอากาศ
                                      👱💟💖
 4. เมื่อระดับความสูงจากระดับทะเลมากความดันอากาศจะเป็นอย่างไร
    ก. ความดันอากาศคงที่
    ข. ความดันอากาศจะสูง
    ค. ความดันอากาศจะต่ำ
    ง. ความดันอากาศไม่คงที่
                                         👱💟💖
 5. ผิวโลกบริเวณที่อากาศมีอุณหภูมิสูงจะมีความดันอากาศอย่างไร
    ก. ความดันอากาศคงที่
    ข. ความดันอากาศจะสูง
    ค. ความดันอากาศจะต่ำ
    ง. ความดันอากาศไม่คงที่
                                        👱💟💖
 6. การวัดความดันอากาศทำได้โดยใช้เครื่องมือใด
    ก. ปรอท
    ข. แอมมิเตอร์
    ค. บารอมิเตอร์
    ง. เทอร์มอมิเตอร์
                                       👱💟💖
7. ข้อใด ไม่ได้ ใช้ประโยชน์จากความดันอากาศในการประดิษฐ์
    ก. บอลลูน
    ข. ตัวติดผนัง
    ค. ล้อรถจักยาน
    ง. ล้อรถถังทหาร
                                       👱💟💖
8. บุคคลกลุ่มใด ไม่ได้ รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศ
    ก. นักบิน
    ข. นักดำน้ำ
    ค. นักปีนเขา
    ง. นักวิ่งลมกรด

                                        👱💟💖
จากภาพ ตอบคำถามข้อ 9-10
 




9. อัตราเร็วลมในบริเวณใดมีค่าน้อยที่สุด
    ก. 1
    ข. 2
    ค. 3
    ง. 4
                                        👱💟💖
10. อัตราเร็วลมในบริเวณใดมีค่ามากที่สุด
    ก. 1
    ข. 2
    ค. 3
    ง. 4

                               ไม่ต้องกังวลนะคะ สู้สู้ ค่ะ





วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562

ทบทวน ความร้อนกับการหดตัวหรือขยายตัวของสสาร


สวัสดีค่ะนักเรียน วันนี้เรามาทบทวนเรื่องการหดตัวหรือขยายตัวของสสารกันก่อนที่จะทำข้อสอบนะคะ 

สรุปก่อนสอบ

       💕เมื่อสสารได้รับความร้อนขนาดอนุภาคของสสารจะเท่าเดิม

       💕เมื่อสสารได้รับความร้อนจำนวนอนุภาคของสสารจะเท่าเดิม

       💕ปริมาตรของสสารเมื่อได้รับความร้อนจะเพิ่มขึ้น

       💕ปริมาตรของสสารเมื่อสูญเสียความร้อนจะลดลง

       💕เมื่อแก๊สได้รับความร้อน อนุภาคของแก๊สจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยพลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง
     
        💕เมื่อของเหลวได้รับความร้อน อนุภาคของของเหลวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยพลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง

       💕การนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขยายหรือหดตัวของสสารไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ได้แก่  การสร้างถนน
 การเคลื่อนที่ของบอลลูน  และการเคลื่อนที่ของโคมลอย

       💕การเคลื่อนที่ของบอลลูนเกิดจากอากาศภายในบอลลูนได้รับความร้อนแล้วเกิดการขยายตัวและลอยตัวสูงขึ้นพาบอลลูนเคลื่อนที่ไป

       💕การเปิดฝาขวดเกลียวที่ปิดแน่นทำได้โดยเทน้ำร้อนบนฝาขวดเกลียวจะทำให้เปิดขวดง่ายขึ้น  

       💕อากาศร้อนใต้หลังคาจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงแล้วระบายออกโดยลูกหมุนระบายอากาศที่ติดอยู่บนหลังคา


       💕การขยายตัวและหดตัวของปรอทที่บรรจุอยู่ในเทอร์มอมิเตอร์ สามารถใช้วัดอุณหภูมิของสิ่งต่าง ๆ ได้

       💕การสร้างรางรถไฟ ต้องมีการออกแบบให้มีช่องว่างเล็ก ๆ เป็นช่วง ๆ เพื่อให้วัสดุผิวถนนสามารถขยายหรือหดตัวได้

      💕เมื่อของแข็งได้รับความร้อน อนุภาคของของแข็งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดย พลังงานเพิ่มขึ้น สั่นมากขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง
   
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พร้อมที่จะทดสอบกันหรือยัง สู้ๆ นะคะ

ทดสอบ ความร้อนกับการหดตัวหรือขยายตัวของสสาร

1. เมื่อสสารได้รับความร้อนขนาดอนุภาคของสสารจะเป็นอย่างไร
    ก. เล็กลง
    ข. เท่าเดิม
    ค. ใหญ่ขึ้น
    ง. เล็กลงหรือใหญ่ขึ้น

2. เมื่อสสารได้รับความร้อนจำนวนอนุภาคของสสารจะเป็นอย่างไร
    ก. ลดลง
    ข. เท่าเดิม
    ค. มากขึ้น
    ง. ลดลงหรือมากขึ้น

3. ปริมาตรของสสารเมื่อได้รับความร้อนจะเป็นอย่างไร
    ก. ลดลง
    ข. เท่าเดิม
    ค. เพิ่มขึ้น
    ง. ลดลงหรือเพิ่มขึ้น

 4. ปริมาตรของสสารเมื่อสูญเสียความร้อนจะเป็นอย่างไร
    ก. ลดลง
    ข. เท่าเดิม
    ค. เพิ่มขึ้น
    ง. ลดลงหรือเพิ่มขึ้น

5. เมื่อแก๊สได้รับความร้อน อนุภาคของแก๊สจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

    ก. พลังงานลดลง เคลื่อนที่ลดลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง

    ข. พลังงานลดลง เคลื่อนที่ลดลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากขึ้น

    ค. พลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากขึ้น

    ง. พลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง

 6. เมื่อของเหลวได้รับความร้อน อนุภาคของของเหลวจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร   

    ก. พลังงานลดลง เคลื่อนที่ลดลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง

    ข. พลังงานลดลง เคลื่อนที่ลดลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากขึ้น

    ค. พลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากขึ้น

    ง. พลังงานเพิ่มขึ้น เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง

7. ข้อใด ไม่ เกี่ยวข้องกับการนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการขยายหรือหดตัวของสสารไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
   ก. การสร้างเรือ
   ข. การสร้างถนน
   ค. การเคลื่อนที่ของบอลลูน
   ง. การเคลื่อนที่ของโคมลอย

8. การเคลื่อนที่ของบอลลูนเกิดจากปัจจัยใด
    ก. อากาศภายในบอลลูนได้รับความร้อนแล้วเกิดการหดตัวและลอยตัวสูงขึ้นพาบอลลูนเคลื่อนที่ไป
    ข. อากาศภายในบอลลูนสูญเสียความร้อนแล้วเกิดการหดตัวและลอยตัวสูงขึ้นพาบอลลูนเคลื่อนที่ไป
    ค. อากาศภายในบอลลูนได้รับความร้อนแล้วเกิดการขยายตัวและลอยตัวสูงขึ้นพาบอลลูนเคลื่อนที่ไป
    ง. อากาศภายในบอลลูนสูญเสียความร้อนแล้วเกิดการขยายตัวและลอยตัวสูงขึ้นพาบอลลูนเคลื่อนที่ไป

9. ข้อใดกล่าว ไม่ ถูกต้อง
    ก. การเปิดฝาขวดเกลียวที่ปิดแน่นทำได้โดยเทน้ำเย็นบนฝาขวดเกลียวจะทำให้เปิดขวดง่ายขึ้น   
    ข. อากาศร้อนใต้หลังคาจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงแล้วระบายออกโดยลูกหมุนระบายอากาศที่ติดอยู่บนหลังคา
    ค. การขยายตัวและหดตัวของปรอทที่บรรจุอยู่ในเทอร์มอมิเตอร์ สามารถใช้วัดอุณหภูมิของสิ่งต่าง ๆ ได้
    ง. การสร้างรางรถไฟ ต้องมีการออกแบบให้มีช่องว่างเล็ก ๆ เป็นช่วง ๆ เพื่อให้วัสดุผิวถนนสามารถขยาย
       หรือหดตัวได้

10. เมื่อของแข็งได้รับความร้อน อนุภาคของของแข็งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร   
    ก. พลังงานลดลง สั่นน้อยลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง
    ข. พลังงานลดลง สั่นน้อยลง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคมากขึ้น
    ค. พลังงานเพิ่มขึ้น สั่นมากขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคลดลง
    ง. พลังงานเพิ่มขึ้น สั่นมากขึ้น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคเพิ่มขึ้น



แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อน

แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อน


แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง



ความร้อนจะถ่ายโอนผ่านของแข็งจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า โดยอนุภาคของของแข็งที่ได้รับความร้อนจะเกิดการสั่นมากขึ้น ทำให้อนุภาคที่อยู่ข้างเคียงสั่นมากขึ้น ต่อเนื่องกันไปตามลำดับ

แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนผ่านของเหลว


ความร้อนถ่ายโอนผ่านของเหลวจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า  โดยอนุภาคของของเหลวที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจะเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน พร้อมกับพาความร้อนไปด้วย  จึงทำให้ของเหลวบริเวณด้านบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย


แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนผ่านแก๊ส



แก๊สมีการถ่ายโอนความร้อนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า โดยอนุภาคของแก๊สบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจะเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน จนทำให้แก๊สบริเวณด้านบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย


สวัสดีค่ะนักเรียน หมั่นศึกษาหาความรุ้เพิ่มเติมบ่อยๆ นะคะ เพราะวิทยาศาสตร์เป้นเรื่องใกล้ตัวค่ะ สู้ สู้ นะคะ




การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน


การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน

        ความรู้เกี่ยวกับการนำความร้อน รวมทั้งวัสดุที่เป็นตัวนำความร้อนหรือฉนวนความร้อน สามารถนำไปใช้ในการออกแบบภาชนะหุงต้มต่าง ๆ เช่น กระทะ หม้อ กาต้มน้ำ เป็นต้น  

       ส่วนต่าง ๆ ของภาชนะทำจากวัสดุต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน  โดยบริเวณที่ต้องการให้ร้อนมากและร้อนเร็วต้องใช้ตัวนำความร้อน  ส่วนบริเวณที่ต้องการให้ความร้อนส่งผ่านไปได้น้อยและร้อนช้าต้องใช้ฉนวนความร้อน          ความรู้เกี่ยวกับการพาความร้อนนำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบระบบระบายอากาศร้อนหรือระบายควันในอาคาร  ซึ่งต้องออกแบบให้มีช่องระบายอากาศไว้บริเวณด้านบนของอาคาร  เพื่อระบายอากาศร้อนหรือควันไฟที่ลอยขึ้นไปพร้อมกับพาความร้อนออกไปทางช่องระบายนั้น




          การออกแบบระบบระบายอากาศในอาคาร     
                                 ที่มา สสวท. (2561, 73)

          ในธรรมชาติยังมีปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดจากการพาความร้อน เช่น การเกิดลม หรือการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำในมหาสมุทร

 


                                                                          การเคลื่อนที่ของกระแสน้ำ


          การถ่ายโอนความร้อนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนโลกหรือในชั้นบรรยากาศของโลกเท่านั้น  ใต้เปลือกโลกของเรามีการถ่ายโอนความร้อนภายในเนื้อโลก  โดยเนื้อโลกที่อยู่ใกล้แก่นโลกมีอุณหภูมิสูงกว่าเนื้อโลกบริเวณใกล้เปลือกโลก  จึงเกิดการถ่ายโอนความร้อนส่งผลให้ชั้นเนื้อโลกส่วนบนหลอมเหลว  เกิดเป็นแมกมาแทรกดันให้เปลือกโลกปริแตก และขยับตัวเคลื่อนที่ได้
















          การถ่ายโอนความร้อนของสสารอาจเกิดได้หลายวิธีพร้อมกัน เช่น การย่างอาหารโดยใช้กองไฟที่กำลังเผาไหม้  ความร้อนจะถ่ายโอนจากกองไฟไปยังอาหารสดส่วนหนึ่งโดยการพาความร้อน  ซึ่งอากาศร้อนจากกองไฟจะเคลื่อนที่พาความร้อนไปยังอาหารที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า  ในขณะเดียวกันความร้อนอีกส่วนหนึ่งถ่ายโอนได้โดยการแผ่รังสีความร้อนจากกองไฟไปยังอาหารได้โดยตรง


 


                

          เมื่อนำเทอร์มอมิเตอร์แบบแท่งแก้วจุ่มลงในสสารหรือสัมผัสกับสสารที่ต้องการวัดอุณหภูมิจะเกิดการถ่ายโอนความร้อนโดยการนำหรือพาความร้อนระหว่างสสารกับเทอร์มอมิเตอร์  ถ้าสสารนั้นมีอุณหภูมิสูงกว่าเทอร์มอมิเตอร์  สสารจะเกิดการถ่ายโอนความร้อนให้กับของเหลวในเทอรมอมิเตอร์  ทำให้ของเหลวเกิดการขยายตัวและมีระดับสูงขึ้นจนกระทั่งสมดุลความร้อน  ของเหลวก็จะหยุดขยายตัว  ระดับของเหลวจึงหยุดนิ่งทำให้อ่านค่าอุณหภูมิของสสารได้   
          ในทางตรงกันข้าม  เมื่อนำเทอร์มอมิเตอร์แบบแท่งแก้วจุ่มลงในสสารหรือสัมผัสกับสสารที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าเทอร์มอมิเตอร์  เทอร์มอมิเตอร์จะถ่ายโอนความร้อนให้แก่สสาร  ทำให้ของเหลวที่บรรจุในเทอร์มอมิเตอร์หดตัวและมีระดับต่ำลง  จนกระทั่งสมดุลความร้อน  ของเหลวก็จะหยุดการหดตัว  ระดับของเหลวจึงหยุดนิ่ง  จึงอ่านค่าอุณหภูมิของสสารได้

 








          การวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารที่เดินทางไปมาในสนามบินอาจใช้เครื่องตรวจจับการแผ่รังสีอินฟราเรดจากผิวหนังของคน  เพื่อคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกประเทศ เมื่อมีการระบาดของโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดนก (H5N1) โรคซาร์ส (SARS)โรคอีโบล่า (Ebola) ซึ่งหากผู้โดยสารคนใดมีอาการไข้ อุณหภูมิของร่างกายจะสูงกว่าปกติและแผ่รังสีความร้อนออกจากตัวมากกว่าผู้อื่น  เครื่องตรวจจับรังสีความร้อนจะแสดงผลเป็นสีต่าง ๆ บนจอภาพตามระดับอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสาร (Klibanoff, 2014) 







เป็นอย่างไรกันบ้างคะ นักเรียนพอจะเห็นประโยชน์ของการถ่ายโอนความร้อนแล้วนะคะ หมั่นทบทวนความรู้บ่อยๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ